Categories
ไม่มีหมวดหมู่

5 พิกัด Street food ทั่วกรุงเทพฯ ที่น่าลอง

cr : Unsplash

เมืองไทยเป็นเมืองแห่ง Street Food หรืออาหารริมฟุตบาท เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้! เพราะคุณสามารถกำเงิน 100 บาท และเดินกินอาหารอร่อยๆ ได้หลากหลายเมนูแถมยังอิ่มท้องแน่นอน ที่สำคัญยังมีร้าน Street Food บ้านเรามากมายที่ติดการจัดอันดับ เช่น มิชลิน ไกด์ ที่รวบรวมร้านถูกและดี วันนี้เราอยากไปพาคุณไปตามล่าหาพิกัดร้าน Street Food ที่ต้องไปลองในกรุงเทพฯ 

  1. ผัดไทยไฟทะลุ​

เริ่มพิกัด Street food ร้านแรกกันที่ร้านผัดไทยไฟทะลุ ร้านผัดไทยชื่อดังแห่งย่านถนนดินสอ โดยร้านนี้จะเน้นสูตรของเชฟมิชลิน รสชาติอร่อย กลมกล่อม หอมกลิ่นกระทะ แถมเวลาผัดยังมีทีเด็ดตรงที่ไฟลุก เส้นของผัดไทยจะมีความเหนียวนุ่ม ใครไปลองอย่าลืมสั่งเมนูซิกเนอเจอร์ ‘ผัดไทยไฟทะลุ’ โรยกากหมูกรอบๆ อร่อยไว้ให้คุณได้กินแกล้ม ลองแล้วติดใจแน่นอน

  1. เจ๊โอว

ร้านข้าวต้มเป็ดที่ยืนหนึ่งเรื่องความอร่อยในสามย่าน คนรอคิวยาวมาก การันตีความดีงามของร้านนี้ ด้วยเมนูที่มีความหลากหลาย แถมยังอร่อยมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูหมูกรอบ ที่กรอบนอกนุ่มใน จิ้มกับซีอิ๊วดำคือแสงพุ่งออกจากปาก นอกจากนี้อย่าลืมสั่งมาม่าต้มยำที่ใส่เครื่องแน่น ของทะเลสด หมูเด้ง พร้อมตอกไข่ลงไป ส่วนเมนูอื่นๆ ก็ควรค่าแก่การมาลอง รอนานนิดหน่อยแต่ถ้าได้กินแล้วคุ้มชัวร์ 

  1. นิอ่าง

เปลี่ยนมาเป็นพิกัด Street food ของหวานกันบ้าง กับร้านดังแห่งตลาดพลู โดยร้านนี้เป็นร้านขายไอศกรีมไข่แข็งเจ้าเด็ดที่ต้องมาลองสักครั้งในชีวิต เมนูเด็ดคือเมนูไอศกรีมและโปะด้วยไข่แดงที่รสชาติหวานหอมอร่อย มีความนัว ไม่คาว แถมยังเพิ่มความมันๆ ให้กับไอศกรีมมากยิ่งขึ้น หรือใครจะคลุกไข่แดงเข้าไปในไอศกรีมก็ได้เช่นเดียวกัน 

  1. นายหมงหอยทอด

ร้านนายหมงหอยทอด เป็นอีกหนึ่งพิกัด Street food ที่แสนอร่อย รสชาติดีงาม โดยร้านนี้ได้รางวัลจากมิชลินไกด์ด้วย ร้านนี้จะโดดเด่นตรงหอยทอดเตาถ่าน ทำให้มีความหอมกว่าปกติ คุณสามารถเลือกรับประทานได้ทั้งแบบนิ่มและแบบกรอบ โดยแบบนิ่มจะเป็นออส่วน แบบกรอบจะเรียกว่าออลั่ว นอกจากนี้ซอสพริกของทางร้านยังมีความพิเศษเป็นแบบโฮมเมด ใครที่ชอบทานหอยทอด ห้ามพลาดร้านนี้! 

  1. ขนมจีบแปะเซียะ

ปิดท้ายด้วยร้านขนมจีบแปะเซียะ ร้านขนมจีบรถเข็นในย่านเยาวราช ซึ่งการันตีด้วยคิวคนต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอซื้อขนมจีบ ซึ่งเป็นสูตรโบราณ เปิดขายมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี คุณจะสังเกตได้จากคิวคนต่อและรถจักรยานที่มีหม้อนึ่งขนมจีบอยู่ด้านหลัง ความดีงามของขนมจีบร้านนี้อยู่ตรงที่หมูจะมีมันน้อย รสชาติหวานหอม ลูกเล็ก กินง่าย โดยด้วยกระเทียมเจียว ราดน้ำจิ้ม อร่อยเหาะ! 

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

5 คาเฟ่สไตล์เก๋ ได้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอก

Cr: NANA Hunter Coffee Roasters 

ใครว่าคาเฟ่คือสถานที่นั่งดื่มกาแฟหรือกินขนมเพียงอย่างเดียว แต่คาเฟ่ยุคใหม่ต้องสวย ต้องเก๋ ต้องมีที่น่าถ่ายรูปให้ดูดีเพื่อลงโซเชียลมีเดียได้ด้วย เราจึงได้เห็นคาเฟ่ใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยการตกแต่งที่ดูดี มีความเก๋ มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปและถ้าใครอยากได้พิกัดถ่ายรูปในคาเฟ่ ตามเราไปเที่ยวกันเลย 

  1. NANA Hunter Coffee Roasters 

เริ่มต้นที่ร้านกาแฟสุดเก๋และมาแรงที่สุดในตอนนี้นั่นคือร้าน NANA Hunter Coffee Roasters ย่านราชพฤกษ์ จุดเด่นที่สุดอยู่ตรงเมล็ดกาแฟชั้นดีที่ถูกคัดสรรมาเพื่อคนรักกาแฟโดยเฉพาะ นอกจากนี้แต่ละเมนูยังถูกสร้างสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน มีขนมนมเนยให้คุณได้เลือกรับประทาน ที่สำคัญคือจุดถ่ายรูปของร้านที่บอกเลยว่าปังมากๆ ถ่ายรูปสวยสไตล์ลอท์ฟที่ดูดิบและเท่มากๆ 

  1. The Mustang Blu

The Mustang Blu คือโรงแรมที่ถูกดัดแปลงจากสถาปัตยกรรมเก่ายุคโคโรเนียลที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ตัวตึกยังคงความสวยงามและคลาสสิก นอกจากนี้ยังถูกเปิดเป็นโรงแรมและมีคาเฟ่ให้คุณได้เข้ามาเยี่ยมแยือน จิบกาแฟและถ่ายรูปด้วย ใครที่เป็นคนชอบสถาปัตยกรรมสวยๆ ต้องหลงรักที่นี่ 

  1. Americano Cafe

เปลี่ยนแนวมาเป็นคาเฟ่สไตล์อเมริกันจ๋ากันบ้างกับร้าน Americano Cafe ที่ให้คุณได้ย้อนยุคไปใน 90’s ที่อเมริกา การตกแต่งมีความจี้ดจ้าดด้วยสีสันที่สดใส ลองนึกภาพหนังอเมริกัน วัยรุ่นยุค 90’s นั่งกิน Milkshake ที่นี่ให้คุณได้ฟีลลิ่งแบบนั้นเลยล่ะ 

  1. Cafe Reverie

ปิดท้ายด้วย Cafe Reverie ที่จะพาคุณไปอยู่ในโลกของเจ้าหญิง ให้ความรู้สึกแบบ Girly มีความผู้ดีสุดๆ ทางร้านจะเน้นการตกแต่งด้วยสีขาวเป็นหลัก ทำให้ดูสะอาดตา มีความเจ้าหญิง ทุกอย่างดูหรูหรา รับรองว่าสาวๆ มาร้านนี้จะต้องฟินสุดๆ อย่าลืมใส่ชุดลายดอกหรือเดรสเก๋ๆ มา เข้ากันได้ดีมากเลยล่ะ

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

เปิดลิสต์ 3 ร้านแซลมอนสุดคุ้มที่สายปลาส้มต้องไปเช็คอิน!

มีใครเป็นสายแซลมอลบ้าง! หนึ่งในอาหารยอดฮิตของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นอาหารญี่ปุ่นที่มีปลาดิบแสนอร่อยเป็นหัวใจสำคัญ โดยปลาแซลมอนก็เป็นปลาดิบที่หลายคนหลงใหล ด้วยความอร่อย รสชาติกลมกล่อม ไม่คาว กินง่าย มีความอูมามิ ยิ่งกินกับวาซาบิและซีอิ๊วญี่ปุ่นก็ลงตัวพอดี และใครที่เป็นสายแซลมอน วันนี้เราพิกัดร้านแซลมอนน่าไปลองมาฝากกัน 

  • FUKU INTOWN

เริ่มต้นร้านแซลมอนร้านแรกกับ FUKU Intown เป็นร้านแซลมอนราคาดีๆ คุณภาพเยี่ยมแถมยังให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ ใครที่ชอบปลาส้มต้องลองมาร้านนี้! โดยทางร้านจะเน้นเสิร์ฟปลาแซลมอนแบบเน้นๆ เต็มไปด้วยเมนูปลาแซลมอนสุดครีเอท ไม่ว่าจะเป็นข้าวปั้นมาเป็นแบบขั้นบันได หรือจะซาชิมิก็มี ทางร้านจะมีให้เลือกหลายราคา แล้วแต่ว่าคุณต้องการเมนูเยอะแค่ไหน 

  • Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet 

ตามมาด้วยร้านแซลมอนสุดพรีเมี่ยมกับร้าน Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet โดยทางร้านจะเน้นวัตถุดิบที่สดใหม่แถมยังคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม มาพร้อมกับราคาที่คุ้มค่า นอกจากปลาดิบและแซลมอน ทางร้านยังมีปิ้งย่างให้คุณได้กินกันอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งร้านสำหรับคนรักปลาแซลมอนที่ห้ามพลาด 

  • Kouen Sushi Bar 

ปิดท้ายกันที่ร้าน Kouen Sushi Bar บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นคุณภาพพรีเมี่ยมอีกหนึ่งแห่งที่ต้องไปลอง โดยทางร้านจะโดดเด่นเรื่องของเมนูที่มีการออกเมนูเด็ดมาให้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลา หรือเมนูที่มีอยู่แล้วก็คงคุณภาพเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเมนูแซลมอน หรือจะเป็นมันปูมิโซะ

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

เปิดพิกัด 5 ร้านชานมไข่มุกระดับท็อปที่น่าลิ้มลอง

ไหนใครเป็นสายชานมไข่มุกบ้าง ยกมือขึ้น! เพราะตอนนี้กระแสของชานมไข่มุกยังคงมาแรงไม่มีตก มีร้านชานมไข่มุกใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมายแถมแต่ละร้านยังสร้างสรรค์เมนูที่น่าลิ้มลองมากมาย เรียกได้ว่านี่เป็นยุคทองของชานมไข่มุกเลยก็ว่าได้ แต่ท่ามกลางร้านจำนวนมาก ใครที่เลือกไม่ถูกว่าจะกินร้านไหนดี วันนี้เราเลยมี 5 พิกัดร้านชานมไข่มุกมาฝากคุณ ลองไปดูเลยว่ามีร้านไหนที่น่าลิ้มลองบ้าง!

  • KOI Thé

เริ่มต้นกันที่ร้านชานมไข่มุกชื่อดังสัญชาติไต้หวันที่มาแรงสุดๆ ในบ้านเรา โดยจุดเด่นของร้านนี้จะอยู่ที่ตัววัตุดิบซึ่งมีความพรีเมี่ยมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เม็ดไข่มุกของทางร้านจะมีความแตกต่างจากที่อื่น โดยจะมีเม็ดเล็กกว่า เคี้ยวอร่อยกว่า นอกจากนี้ตัวชายังรสชาติดี ไม่หวานจนเกินไป ใครเลิฟชานมไข่มุกต้องหลงรักร้านนี้เลยจ้า 

  • Brown Café

ร้านชานมไข่มุกไทยแท้ที่อิมพอร์ตมาจากเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งร้านที่สายชานมไข่มุกต้องไปลิ้มลอง โดยร้าน Brown Café จะมีเม็ดไข่มุกให้คุณได้เลือกมากมายหลายแบบ นอกจากนี้ตัวแพ็คเกจจิ้งยังมีความเก๋ เช่น ตัวกระบอกที่เก็บไว้กินทีหลังได้ 

  • CHA BAR BKK

ใครที่เป็นสายเฮลตี้แต่ชอบกินชานมไข่มุกต้องหลงรักร้านนี้ CHA BAR BKK สำหรับวัตถุดิบของร้านนี้จะเน้นวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพและไม่หวานจนเกินไป เหมาะกับคนที่ไม่อยากอ้วน ซึ่งมีทั้งนมข้นหวานที่ทำมาจากน้ำตาลมะพร้าว ไข่มุกจากน้ำตาลทรายแดง นอกจากนี้ยังมีเมนูจากนมถั่วเหลืองด้วยล่ะ 

  • Calowries Hub

อีกหนึ่งร้านชานมไข่มุกสุดเฮลตี้! ที่จะทำให้คุณได้อร่อยกับชานมไข่มุกในแคลอรี่ที่น้อยกว่า โดยทางร้านจะมีทั้งนมอัลมอนด์ นมถั่วเหลืองตลอดจนน้ำตาลหญ้าหวาน ใครที่ควบคุมน้ำตาล ร้านนี้ตอบโจทย์มากๆ เลยล่ะ นอกจากนี้ยังมีบุกไข่มุกที่กินแล้วไม่อ้วนด้วย ร้านอยู่ที่ GATEWAY EKAMAI ใครสนใจไปลองได้เลยจ้า

  • The Alley 

ปิดท้ายด้วยร้านชานมไข่มุกสุดปังที่ก่อนหน้านี้คนรอคิวยาวสุดกับร้าน The Alley ร้านรูปกวางที่ดังมากในหลายประเทศ เมนูเด็ดของร้านนี้คือ ‘Royal No.9 Milk Tea’ และ Brown Sugar Deerioca & Fresh Milk นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าลองอีกเพียบ ใครที่ชอบชานมไข่มุกแบบออริจินัลไต้หวันแท้ๆ ห้ามพลาดร้านนี้ 

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

5 ร้านเนื้อทีเด็ดทั่วกรุงเทพฯ ที่สายเนื้อห้ามพลาดในชาตินี้!

ทำไมใครๆ ก็หลงรักการกินเนื้อวัว? ด้วยความหอมของเนื้อวัวแท้ๆ แบบที่ไม่ต้องปรุงรสจนจัดจ้านก็ยังอร่อย มีกลิ่นหอมและความหวานออกมาโดยธรรมชาติ ยิ่งร้านไหนที่มีการบ่มเนื้อหรือที่เรียกว่า Beef Aging และ Dry-aged ยิ่งทำให้เนื้อวัวมีรสชาติที่ล้ำลึก หอมและอร่อยยิ่งขึ้น วันนี้เราเลยอยากชวนสายเนื้อทั้งหลายไปตามล่าร้านเนื้อทีเด็ดระบบเทพถึง 5 ร้านรอบกรุงเทพฯ ไปดูกันว่ามีร้านไหนน่าลองบ้าง

  • 35 Dry Aged Beef

เริ่มต้นกันที่ร้านเนื้อที่ขึ้นชื่อว่าจองยากมากร้านหนึ่งของกรุงเทพฯ แถมยังเป็นร้านลับๆ ที่ตั้งอยู่ในย่านเจริญรัถ คลองสาน ตัวร้านจะมีความลึกลับเพราะตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านขายผ้าชื่อว่า “เอส เอ็ม กรุ๊ป” ซึ่งทางร้านจะเปิดให้ลูกค้าของคิวล่วงหน้าเพราะว่ารับลูกค้าจำกัดแค่ 6 คนต่อรอบเท่านั้น ฉะนั้น คิวของร้านก็จะเต็มยาวหลายเดือน ด้วยความอร่อยเด็ดของเนื้อที่ทางร้านบ่มเอง มีทั้งเมนูเด็ดอย่างสเต็กดรายเอจด์เนื้อวากิว ลิ้นวัวพะโล้ สตูเนื้อ เป็นต้น

  • มหาสาร 

อีกหนึ่งร้านเนื้ออร่อยของกรุงเทพฯ ที่น่าลิ้มลองนั่นคือร้านมหาสาร ที่ต้องจองคิวกันข้ามเดือนเช่นเดียวกัน โดยร้านนี้จะมีที่นั่งค่อนข้างจำกัด แต่ใครมาครั้งหนึ่งเป็นต้องติดใจอยากมาซ้ำแน่นอน สำหรับจุดเด่นของร้านมหาสาร จะอยู่ตรงที่บรรยากาศสบายๆ สไตล์โฮมเมด มองเห็นเชฟยืนทำอาหาร ส่วนเนื้อของร้านก็จัดว่าเด็ดมากๆ มีทั้งเมนู ลิ้นวัวย่าง ที่นุ่มละลายในปาก ข้าวหน้าเนื้อพิคาน่า สเต็กทีโบน นอกจากนี้ยังมีไข่ดองน้ำปลาที่มาแล้วห้ามพลาด!

  • เนื้อแท้

ใครเป็นสายเนื้อต้องรู้จักร้านเนื้อแท้ ร้านเนื้อของโต ซิลลี่ฟูลส์ที่ผันตัวจากนักร้องมาเอาดีทางด้านอาหารแทน ซึ่งร้านเนื้อแท้ก็ไม่ธรรมดาเพราะว่าแต่ละเมนูก็มีความพิถีพิถัน ดึงเอารสชาติของเนื้อออกมาได้สมชื่อ เนื้อแท้ เมนูเด็ดห้ามพลาดก็มีทั้งกะเพราเนื้อ, ซุปเนื้อ ไปจนถึงสเต็กเนื้อ เรียกได้ว่าเป็นร้านอร่อย คุณภาพดี ราคาจับต้องได้ ใครเป็นสายเนื้อต้องลอง

  • Arno’s Butcher and Eatery 

สำหรับร้าน Arno’s Butcher and Eatery เป็นอีกหนึ่งร้านเนื้อคุณภาพดี ที่คัดสรรเนื้อแบบเกรด A มาให้สายเนื้อได้ลิ้มลองกัน โดยที่ร้านนี้จะมีเนื้อที่บ่มมาอย่างดี ให้คุณได้เดินเลือกเนื้อส่วนต่างๆ จากในตู้ได้ตามที่ต้องการ เช่น Tomahawk จากนั้นทางร้านก็จะนำเนื้อที่เลือกไปปรุงและมาเสิร์ฟคุณ เนื้อคุณภาพดี กินกับเกลือและพริกไทยก็อร่อยเหาะแล้ว

  • Tora Tora Japanese Kitchen

ปิดท้ายกันที่ร้านเนื้อในย่านประดิพัทธ์กันบ้างกับร้าน Tora Tora Japanese Kitchen ร้านเนื้อแสนอร่อยที่เสิร์ฟอาหารฟิวชั่นในราคาไม่แพงให้คุณได้กินกัน โดยตัวร้านจะค่อนข้างลึกลับ ลองมองหาเสือหน้าร้านแล้วคุณจะเจอ Tora Tora ได้ไม่ยาก สำหรับเมนูเด็ดของที่นี่ก็มีทั้งข้าวหน้าต่างๆ ไปจนถึงสเต็ก เช่น สเต็กด้ง, ข้าวผัดเนื้อลูกเต๋ากระเทียมกรอบ ส่วนใครที่ไม่กินเนื้อ ร้านนี้ก็มีเมนูหมูให้คุณได้เลือกสั่งอีกด้วย!

Categories
ไม่มีหมวดหมู่

4 บาร์ลับน่าลอง สำหรับสายดื่มที่ชอบความลึกลับ!

เพราะความลึกลับมันน่าดึงดูดเสมอ ดังเช่นบาร์ลับ ที่ยุคนี้กำลังฮิตสุดๆ ด้วยความลึกลับของทำเลที่ตั้ง การตกแต่งร้านที่ดูน่าค้นหา ทำให้สายดื่มหลายคนทำการเสาะแสวงหาบาร์ลับเพื่อไปนั่งชิลล์ๆ กันในยามค่ำคืน

โดยบาร์ลับมีชื่อเรียกที่รู้กันว่า ‘Speakeasy Bar’ ซึ่งมีประวัติความเป็นมาในช่วง Prohibition ตั้งแต่ปีค.ศ.1920 – 1933 ในช่วงนั้นการขายแอลกอฮอล์เป็นเรื่องต้องห้ามและผิดกฎหมาย ใครที่อยากดื่มแอลกอฮอล์จะต้องสรรหาวิธีที่รู้กันในวงในเพื่อเข้าถึง Speakeasy Bar ไม่ว่าจะเป็นการมองหาสัญลักษณ์อะไรบางอย่างหรือโทรเข้าร้านก่อนเพื่อบอกรหัสลับ เป็นต้น นี่คือความสนุกของบาร์ลับที่ส่งต่อมายังปัจจุบัน และถ้าคุณอยากได้รับประสบการณ์บาร์ลับแบบนี้ เรามี 4 บาร์ลับให้คุณได้ไปชิลล์กัน

  • Honest Mistake Bar 

บาร์ลับในย่านสะพายควาย-อารีย์กับ Honest Mistake Bar ที่มีการตกแต่งสไตล์เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ มีความเป็นจีนแบบย้อนยุค โดยทางเข้าจะถูกซ่อนไว้อย่างลึบลับ ไม่มีป้ายใดๆ บ่งบอกว่าสถานที่นี้คืออะไร เมื่อคุณเดินเข้ามาจะเจอกับห้องมืดที่ถูกดีไซน์ให้เป็นโรงรับจำนำเพื่อให้คุณแลกค่าเข้ากับถุงแดงและนำไปแลกเป็นเครื่องดื่มได้ นอกจากนี้ที่ Honest Mistake Bar ยังมีค็อกเทลรสชาติดีโดยบาร์เทนเดอร์มือฉมัง ใครอยากหาที่ชิลล์ๆ เปลี่ยนบรรยากาศและชอบความสนุก ตื่นเต้น ที่นี่เหมาะเลย

  • Rabbit Hole

ข้ามมาที่ทองหล่อกับร้าน Rabbit Hole ที่อาจจะหายากเล็กน้อย นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนตั้งใจเดินทางมาจริงๆ เพราะว่าไม่มีป้ายร้านบอกเช่นเดียวกัน ด้านในของร้านจะถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหราแต่ยังคงแอบซ่อนสไตล์ดิบๆ เอาไว้ดูแล้วเข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนเครื่องดื่มของร้านนี้ก็มีให้คุณได้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น White Truffle Martini, Passion Martini เป็นต้น

  • Find The Photo Booth

หาตู้ถ่ายรูปให้เจอแล้วคุณจะได้เจอบาร์ลับสุดเก๋ที่รอให้คุณได้เข้าไปนั่งชิลล์ในยามค่ำคืน โดยบาร์ลับแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ซอยนานา มาพร้อม Concept เก๋ๆ ที่คุณต้องตามหาทางเข้า พอหลุดเข้าไปแล้วจะได้เจอกับบาร์ที่มีการตกแต่งแบบวินเทจ หรูหราเหมือนย้อนเวลากลับไปสมัยก่อน ความโดดเด่นของค็อกเทลร้านนี้จะมีการผสมผสานวัตถุดิบไทยๆ ลงไป กลายเป็นรสชาติที่ลงตัว เช่น Sorry Only BTS this Century ที่มีส่วนผสมของน้ำมะพร้าว เป็นต้น

  • Ku Bar 

ปิดท้ายกันที่บาร์ลับสุดท้าย นั่นคือร้าน Ku Bar บาร์ลับในย่านพระสุเมรุ ที่จะให้คุณได้ตามหาทางเข้า วิธีสังเกตง่ายๆ คือศาลพระภูมิที่ตั้งอยู่ด้านหน้าและป้ายชื่อร้านเล็กๆ พอเดินขึ้นไปด้านบนคุณจะได้นสัมผัสกับบรรยากาศของตึกเก่า ซึ่งถูกรีโนเวทมาจากโรงพิมพ์เก่าและยังคงทิ้งร่องรอยเดิมเอาไว้ให้ดูดิบๆ ค็อกเทลเด็ดของทางร้านก็มีทั้ง Lychee เมนูเด็ดจากลิ้นจี่ หอมหวานอร่อย ดื่มง่ายหรือจะเป็น Roasted Corn รสชาติแปลกใหม่น่าลองด้วยข้าวโพดคั่วหอมๆ 

ทั้งหมดนี้คือ 4 ร้านบาร์ลับที่เหมาะกับคนอยากเสพบรรยากาศลึกลับ สายดื่มคนไหนชื่นชอบสไตล์นี้ก็ตามพิกัดเราไปนั่งชิลล์กันได้เลย